fbpx

Blog

Pantone VS CMYK

1 มิถุนายน 2021

News

  • รู้หรือไม่ ว่าระบบสี Pantone อาจไม่เหมาะกับงานพิมพ์ ทุกประเภท

 

เหตุใดหลายโรงพิมพ์ถึงมีปัญหากับสี Pantone กันนัก ก่อนอื่นขอทวนความเข้าใจอีกครั้งว่า ระบบสี Pantone ไม่ใช่สี CMYK ทั้งสองอย่างเป็นระบบสีคนละระบบกัน สามารถเทียบเคียงสีกันได้ แต่ใช้ทดแทนกันตรงๆ ไม่ได้

  • เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

 

CMYK คือระบบสีที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ ประกอบด้วยแม่สี 4 สี cyan, magenta, yellow, and key (black) ที่จะผสมกันออกมาเป็นสีต่างๆ และเมื่อส่องขยายดูงานที่พิมพ์ จะพบเป็นจุดสีเล็กๆ ผสมผสานกัน

ส่วน Pantone จะเป็น Spot Color ของสีนั้นอย่างแท้ 100% ไม่ได้เกิดจากการผสมสีเหมือน CMYK ทำให้สีของระบบ Pantone จะมีความชัดและให้สีที่อิ่มกว่า

งานแต่ละชิ้นในแต่ละอุตสาหกรรมอาจจะยึดมาตราฐานของระบบสีที่ต่างกันไป ส่วนในงานพิมพ์นั้นจะนิยมใช้  CMYK หรือสามารถพิมพ์ร่วมกับ Spot Color ของ Pantone ได้เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปการเพิ่ม Spot Color ก็จะเรียกอีกแบบว่า “ใช้สีพิเศษ”

เช่น ใช้สีพิเศษ 1 จุด เพื่อเน้นโลโก้ ที่ต้องอิงตาม Corporate Identity (CI) ให้ตรงกับแบรนด์ หรือชิ้นที่ต้องการเน้นความอิ่มของสีถูกต้องทุกชิ้น ไม่ผิดเพี้ยน เป็นต้น

  • ปัญหาของโรงพิมพ์กับสีแพนโทน PANTONE

 

ปัญหาของงานสี Pantone มีด้วยกัน 2 ข้อ อย่างแรกก็คือ “สีไม่ตรงกับจอ” ด้วยเพราะ Pantone ที่มีมากถึง 18 สี ปรับระดับในหน่วยเป็นกรัมสามารถผสมออกมาได้นับพันล้านสี จึงมีโอกาสที่สีไม่ตรงกับจอดังนั้นจึงต้องอิงกับเล่ม Pantone guide

ปัญหาข้อที่สอง “ต้นทุนสูง” การผสมสีให้ตรงกับ Pantone มีค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองมาก อีกทั้งสีแต่ละกระป๋องนั้น มีอายุการใช้งานที่จำกัดหากเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดภายในไม่กี่สัปดาห์ หากใช้ไม่หมดก็ใช้งานต่อไม่ได้

ดังนั้นลูกค้าต้องพิจารณาต้นทุนการผลิตให้ดี ว่าคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด หากต้องการให้ผลิตงานด้วยระบบสี Pantone หรือ “สีพิเศษ” ทั้งหมด

  • ทางออกของงานพิมพ์คุณภาพ คุมงบประมาณได้

 

อย่างที่บอกไปว่า สีพิเศษมีต้นทุนค่อนข้างสูง ดังนั้นทุกโรงพิมพ์จึงต้องใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีการจำลอง หรือเลียนแบบสี Pantone นั่นเอง ซึ่งผลที่ได้อยู่ในระดับ เทียบสีให้ใกล้เคียงกับสีแพนโทนไม่สามารถทดแทนกันได้แบบ 100% ซึ่งมี 2 วิธี

1. ใช้แม่สีที่น้อยลง

 

เป็นหนึ่งในทางเลือกที่บางโรงพิมพ์ใช้กัน ซึ่งส่วนสำคัญที่จะทำให้สีที่ผสมออกมาใกล้เคียงกับตัวอย่างได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น  ความยากง่ายของสี PANTONE ที่ลูกค้าเลือก, ความชำนาญของช่างพิมพ์ที่ผสมสี หรือจำนวนแม่สีที่ใช้ผสม โดยข้อจำกัดของวิธีนี้ก็คือ จะสามารถเทียบสีได้เฉพาะกับสีที่พิมพ์ลงบนวัสดุมาแล้วเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างงานเก่า ตัวอย่างสีจากนิตยสาร โบรชัวร์หรือไกด์สีที่พิมพ์มาแล้วบนกระดาษ การผสมแบบนี้ไม่สามารถเทียบสีที่ปรากฎบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ รวมไปถึงประเภทของวัสดุที่นำมาเป็นตัวอย่างก็จำกัดเช่นกัน

 

2. ใช้การจำลองสี Pantone ด้วยการพิมพ์ Process 4 สี CMYK ธรรมดาและเพิ่มแม่สี

 

บางโรงพิมพ์ก็จะเพิ่มไปอีก 2 สี คือ สีเขียว (Green) และสีส้ม (Orange) รวมเป็น 6 สี (Hexachrome) กลายเป็น CMYKOG 

บางโรงพิมพ์สามารถเพิ่มเข้าไปได้ถึง 8 สีด้วยกัน นอกจากจะมี CMYK + เขียว (Green) + ส้ม (Orange) แล้ว ก็ยังเพิ่มสีเหลืองอ่อน (LY Light Yellow) และ สีดำอ่อน (Light Key) เพิ่มมิติความลึกของสีเข้าไปได้อีกหลายระดับ

*ทางไอ.เจ.สยามเราสามารถพิมพ์สีพิเศษได้ถึง 7 สี และมีเฉดสีส้ม (Orange) สีเขียว (Green) สีม่วง (Violet) Light Cyan , Light Magenta รวมถึงสีดำอ่อนได้อีกด้วย

 

ทั้งนี้โรงพิมพ์ สามารถขยับขอบเขตของสีให้ใกล้เคียงกับ PANTONE ได้มากยิ่งขึ้นตามความต้องการของลูกค้า

  • แล้วงานพิมพ์แบบ Pantone นั้นเหมาะกับใคร

 

จากปัจจัยทั้งหมด งานพิมพ์ระบบ Pantone หรือ “สีพิเศษนั้น” เหมาะกับงานที่ต้องการความถูกต้องของสีสูงมาก เช่น โลโก้องค์กร , สี Corporate Identity(CI)  งานประเภทที่ต้องการความเป๊ะ ความสม่ำเสมอคงเส้นคงวาของสี และงานที่มีปริมาณสูง พิมพ์ระยะยาวต่อเนื่อง เช่น กล่องสินค้าฉลาก บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่สีของสินค้าแต่ละล๊อตเหมือนกัน

ซึ่งที่สำคัญคือ ลูกค้าสามารถยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาได้ ทั้งในเรื่องของการผสมสี เทสสี ปรู๊ฟสี ดังนั้นทางเลือกวิธี “การใช้การจำลองสี Pantone” ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับลูกค้าที่ต้องการผลิตงานพิมพ์เพื่อใช้งานทั่วไปได้แล้ว

 

อยากได้ผู้ให้คำปรึกษางานพิมพ์มืออาชีพที่มีประสบการณ์กับแบรนด์ต่างๆ มายาวนาน เลือก บริษัท ไอ.เจ. สยาม จำกัด ผู้นำในวงการพิมพ์โฆษณาและงานบริการสื่อสิ่งพิมพ์ระบบดิจิตอลครบวงจร

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-689-9999

Line : @ijprinting https://lin.ee/KI9PB2y