fbpx

Blog

  • Home
  • Blog
  • เลือกกระดาษอย่างไรให้เหมาะกับงานพิมพ์

เลือกกระดาษอย่างไรให้เหมาะกับงานพิมพ์

29 มิถุนายน 2021

News

เคยปวดหัวไหมว่าเวลาผลิตงานเราจะใช้กระดาษแบบไหน ภาพในหัว กับงานที่ผลิตจริงไม่ตรงกัน ต้องแก้ยังไง เราขอแชร์เทคนิคการเลือกกระดาษให้เหมาะกับงานพิมพ์มาฝากกัน

  • กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน

     ก่อนจะดำเนินการผลิตงาน เราต้องดูกันก่อนว่า วัตถุประสงค์ของการนำไปใช้คืออะไร หากต้องการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือ ภาพลักษณ์ขององค์กร กระดาษที่ใช้ก็ควรจะสอดคล้องกับแบรนด์เช่น หรูหรา ทางการ ครีเอทีฟ สนุกสนาน ควรต้องคำนึงถึงว่าลูกค้าของเราเป็นใคร ทั้งนี้ในท้องตลาดก็มีกระดาษหลากหลายประเภทที่มีองค์ประกอบสอดคล้องกับมู้ดและโทนที่เราอยากจะสื่อให้ตรงกับแบรนด์ อีกแบบหนึ่งคือการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งาน จริงอยู่หากเราคำนึงเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราอาจต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตที่สูงตามมาด้วย บ่อยครั้งที่บางงานเราต้องการความแมสเข้าถึงคนหมู่มากได้ เช่นการทำใบปลิว แผ่นพับ การปรับสเปคของกระดาษให้เหมาะสมกับต้นทุนการผลิตก็มีความจำเป็นเช่นกัน

  • ความหนาบาง ของกระดาษ

    เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่า งานพิมพ์ที่เราต้องการออกมานั้นจะมีความหนา บาง มากแค่ไหน เพื่อให้เหมาะกับความหนาของกระดาษที่นำมาใช้ เช่น หากผลิตหนังสือ กระดาษปก ควรมีความหนากว่ากระดาษเนื้อในเล่ม ปกควรเลือกกระดาษอาร์ตความหนาตั้งแต่ 300 แกรมขึ้นไป เป็นต้น

     ความหนาบางของกระดาษที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้งานพิมพ์ออกมามีคุณภาพโดยสีของงานพิมพ์จะมีความคมชัด งานพิมพ์บางประเภทหากเลือกกระดาษบางไปก็อาจเกิดการพิมพ์ทะลุด้านหลัง ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ ดูพรีเมี่ยม ความหนาของกระดาษยิ่งมีความจำเป็น เพราะของที่ผลิตออกมาจะดูน่าเชื่อถือ พิถีพิถัน เมื่อให้ผู้รับก็อยากเก็บไว้นานๆ

  • น้ำหนักของกระดาษ

     ควรเลือกใช้กระดาษที่มีน้ำหนักที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งาน สื่อสิ่งพิมพ์บางประเภท อาจเหมาะกับกระดาษที่มีน้ำหนักเบา เช่นใบปลิว แต่หากผลิตโปสเตอร์ ก็ควรเป็นกระดาษที่ไม่เบาบางมากนัก หากเป็นสินค้าประเภท Luxury ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ แน่นอนว่าควรเลือกกระดาษที่มีน้ำหนักมาก

  • ความมัน-ความด้านของกระดาษ

     คุณสมบัติ ผิวมัน ผิวด้าน ของกระดาษก็ส่งผลกับงานพิมพ์  กระดาษมัน (Glossy paper) จะใช้สารเคมีช่วยเคลือบเนื้อผิวของกระดาษเพื่อให้เนื้อผิวกระดาษค่อนข้างเรียบ สะท้อนแสงและหมึกพิมพ์สามารถซึมซับลงเข้าไปในเนื้อผิวของกระดาษได้ง่ายขึ้น ข้อดีของกระดาษมัน คือจะมีความมันวาว และภาพหรือรายละเอียดที่พิมพ์ลงไปจะมีสีเข้ม มีความคมชัดมาก ส่วนกระดาษด้าน (Matte paper) จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากกระดาษมัน คือจะมีเนื้อผิวที่ค่อนข้างหยาบด้าน และมีน้ำหนักและความหนามากกว่ากระดาษมัน ข้อดีของกระดาษด้านคือเมื่อนำมาพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์จะทำให้ภาพและสีที่ได้จะมีความนวลมากกว่ากระดาษมัน ซึ่งจะได้สีที่มีโทนอ่อนกว่า นุ่มกว่าและไม่สะท้อนแสง

 

     งานบางประเภท นิยมใช้กระดาษด้าน เพราะต้องการภาพและสัมผัสที่นุ่มนวล เรียบๆ คลีนๆ เหมาะกับสไตล์มินิมอลที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

  • องค์ประกอบอื่นๆ

     นอกเหนือจากที่กล่าวไป เรายังสามารถคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ใน การเลือกกระดาษได้ เช่น ถ้าสินค้าของผลิตภัณฑ์ของเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราสามารถเลือกใช้กระดาษรีไซเคิล (Recycled Paper) ซึ่งเป็นกระดาษที่มาจากกระบวนการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่ โดยวัตถุประสงค์หลักในการรีไซเคิลกระดาษ คือ การลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดโลกร้อน รวมถึงการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ

     ปัจจุบันมีสิ่งพิมพ์ที่ผลิตจากกระดาษคราฟท์ (กระดาษ KS KA KI CA) ออกมาสู่ท้องตลาดมากมาย เช่น ถุงกระดาษ สมุดโน้ต ซอง Label กล่องต่างๆ ซึ่งนอกจะให้อารมณ์ของความรักสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้สินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

      อยากได้กระดาษพรีเมียมเพื่องานพิมพ์คุณภาพสูง เลือก กระดาษ ไอ.เจ. เป็นกระดาษเคลือบผิวพิเศษสามารถดูดซับน้ำหมึกได้ดี ให้งานพิมพ์ที่มีสีสันสดใสคมชัด และกันน้ำได้ เหมาะสำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีและขาว-ดำ, เครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น, เครื่องถ่ายเอกสารทั้งสีและขาว-ดำ

 

     มีให้เลือกหลายชนิด เช่น ผิวด้าน, ผิวมันเงา, ผิวกึ่งมันกึ่งด้าน, ผิวมันเงาแบบเมทัลลิค, กระดาษการ์ดผิวมันอัดลาย และสติ๊กเกอร์ชนิดต่าง ๆ มีขนาดและความหนา (แกรม) ให้เลือกมากมาย ทั้งชนิดแผ่น และ ม้วน หรือ สามารถสั่งผลิตขนาดให้ตรงความต้องการของลูกค้าได้

สั่งซื้อกระดาษ ไอเจ

Shopee https://bit.ly/3wW6fZy

Lazada https://bit.ly/3ikwcOl

 

สอบถามรายละเอียดเรื่องานพิมพ์

Call Center:02-689-9999

Line : https://lin.ee/KI9PB2y